Article 18 of the football online 2562

Jan 06, 2020


เว็บไซต์แท่งบอลออนไลน์ แทงบอลออนไลน์789 ที่ดีที่สุด ฝากขั้นต่ำ 100 พบกับ เวป แทงบอลออนไลน์เปิดบริการทั้งวันทั้งคืน ไม่มีอันตราย และยัง ตามมาตรฐาน ยอมรับ ตามหลักสากล 1 account เล่นได้ทั้งหมดทุกอย่าง การเงินมั่นคงจ่ายหนักจ่ายจริงฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ เว็บไซต์ตรงไม่ผ่านเอเยนต์แทงบอลสเต็ปบาคาร่าออนไลน์คืนค่าคอมสูงสุด 17% คาสิโนออนไลน์ได้เงินจริงบาคาร่าออนไลน์ทำกำไรให้ได้สมัครง่ายไม่ยุ่งยากหลายเกมส์ให้ร่วมสนุกคาสิโนออนไลน์ที่ใหญ่รวมทั้งนิยมที่สุดในไทย แจ้งถอน ภายในเวลา 5 นาที รองรับโทรศัพท์เคลื่อนที่ android และ ios เปิดมานานกว่า 8 ปี ให้บริการแทงบอลออนไลน์คาสิโนออนไลน์ มวยไทย หวยไทยมั่นคงได้เงินจริง

VAR พาเพลิดเพลิน?


VAR พาเพลิดเพลิน?
ก่อนอื่นขอบอกว่า...
แรกทีเดียวผมค่อยไม่เห็นพ้องกับการนำเอาเทคโนโลยีที่เรียกว่า VAR มาใช้ในวงการฟุตบอลสักเท่าไหร่นะครับ ด้วยตั้งมั่นในความนึกคิดที่ว่าข้อผิดพลาดของผู้ตัดสินนี่แหละคือ...เสน่ห์ของเกมลูกหนัง

VAR พาเพลิดเพลิน?

หากแม้บ่อยที่ความบกพร่องของผู้ตัดสินจะทำร้ายจิตใจคุณผู้ชมอย่างจงหนักก็ตาม แม้กระนั้นผู้ชมอย่างผมที่มีลักษณะด้านจิตนิดๆกลับเห็นว่านี่แหละ...รสของชีวิต

ผมถูกใจที่มันช่วยทำให้บอลมีความดราม่ามากขึ้นเรื่อยๆ รวมทั้งมีเรื่องมีราวราวให้เล่าขาน และนำไปแย้งกันอย่างสนุก

เอาง่ายๆว่ามันช่วยให้ฟุตบอลมีทั้งยังสีสันอันฉูดฉาด และก็รสระทมมากขึ้นเรื่อยๆ

กรณีแบบอย่างที่สุดคลาสสิก กรณีหนึ่งเป็นเรื่อง "แฮนด์ ออฟ ก็อด" ของ ดิเอหรูหรา มาราโดน่า ในศึกบอลโลก 1986

VAR พาเพลิดเพลิน?
จังหวะที่ "พี่เตี้ย" เอามือชกบอลเข้าไป วาบนั้นมันค่อนข้างก้ำกึ่ง เพราะว่าเรื่องราวเกิดอย่างฉับพลันจนกระทั่งมองไม่ออกว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ โดยแม้กระทั้งภาพช้าก็ไม่อาจจะบ่งชัดได้แบบ 100% เต็ม เพราะว่ามุมกล้องในยุคนู้นยังไม่มากมายมุมมองเสมือนในยุคปัจจุบัน

กระนั้นมันก็พอมองออกด้วยตาเปล่านั่นแหละว่ามีการใช้มือขยันมาช่วยขยี้ค่อนข้างจะแน่ เพราะว่าลำพังนักเตะที่เตี้ยม่อต้อเหมือนกับข้าวต้มผูกคงไม่ทางกระโดดสูงกว่ามือของผู้รักษาประตูอย่าง ปีเตอร์ ชิลตัน

สมมุติว่าถ้าเกิดมี VAR ช่วยวินิจฉัยตั้งแต่เวลานี้ก็แจ่มแจ้งนะครับว่า "แฮนด์บอล" รวมทั้งอาร์เจนติเตียนน่า จะไม่ได้ประตูนั้น มิหนำ ดิเอหรูหรา มาราโดน่า ยังจำเป็นต้องได้ใบเหลืองเป็นของแถมอีกต่างหาก

แน่นอนว่ามันเกิดเรื่องที่ไม่ถูกจะต้อง รวมทั้งผิดกติกาจนก่อให้เกิดผลเสียหายต่อทีมชาติอังกฤษ

ตอนนู้น...ผมยังอยู่ในวัยว้าวุ่นแล้วก็ซอกซอยยิกอยู่ในระดับมัธยมปลาย vegus24th เรียนตามจริงว่าในฐานะกองเชียร์กลุ่มชาติอังกฤษคนหนึ่ง วัยรุ่นใจสยิวอย่างผมรับมิได้ แล้วก็ในสายตาผม ดิเอโก้ มาราโดน่า เป็นไอ้คดโกงที่ผมโคตรเกลียด

เวลาเปลี่ยนแปลง ใจคนเปลี่ยน

เมื่อเติบโตขึ้น แฟนคลับสิงโตขู่คำรามคนหนึ่งอย่างผมกลับคิดมันคงจะโชคร้ายไม่ใช่น้อย ถ้าประวัติศาสตร์ของบอลโลกไม่มีตำนาน "แฮนด์ ออฟ ก็อด" มิซ้ำยังเป็นส่วนหนึ่งส่วนใด รวมทั้งเป็นส่วนสำคัญให้การครองแชมป์โลกของ อาร์เจนติน่า มีเรื่องราวเยอะขึ้นเรื่อยๆอีกต่างหาก

ด้วยเหตุดังกล่าว ไม่มี VAR น่ะก็ดีแล้ว

กระนั้นในทางตรงกันข้ามก็มี "แฮนด์บอล" อีกในกรณีที่ผมไม่เห็นพ้องแล้วก็รู้สึกน่าสมเพชในวงเล็บว่า (อย่างแรง)

เมื่อ เธียร์รี่ อองรี เจตนาใช้มือช่วยจนถึงทีมชาติฝรั่งเศสของเขาทำคะแนนคู่แข่งอย่าง ไอร์แลนด์ ในรอบเพลย์ออฟ ฟุตบอลโลก 2010

VAR พาเพลิน?
ขอโทษที่ 2 มาตรฐาน บางครั้งเรื่องเดียวกัน ความเห็นมันดันแตกต่างซะอย่างงั้น

อันนี้ผู้ชมทางบ้านอย่างผมเชื่อมั่นแบบเต็มแก่ว่าผู้ตัดสินมองเห็นเรื่องราวแน่นอน เพราะมันเป็นการแฮนด์บอลทีประเจิดประเจ้อบรรลัย แต่พี่เอ็งแกล้งทำเป็นตาถั่วชั่วขณะจนกระทั่งจิตได้ว่า "ฟีฟ่า" คงจะอยากให้ ฝรั่งเศส ไปฟุตบอลโลกรอบท้ายที่สุดมากยิ่งกว่า ไอร์แลนด์ เนื่องจากมูลค่าทางการตลาดมันคงจะไม่เหมือนกันเยอะ

ตั้งแต่นั้น ผมเชื่อว่ามาเฟียลูกหนังอย่างฟีฟ่าคงจะไม่มีวันยินยอมให้เทคโนโลยีภาพช้าช่วยวินิจฉัยแบบใน อเมริกัน ฟุตบอล หรือเทนนิส เข้ามาช่วยตัดสินเกมฟาดหน้าแข้ง เพราะว่ามันจะเปลี่ยนเป็นการริดลอนอำนาจที่อยู่ในมือตนเองเสียเปล่าๆ

ก็เลยพอเพียงจะคาดคะเนพื้นฐานได้ว่ามันก็มีอีกทั้งดีและไม่ดี มีทั้งที่แบบ "รับได้" กับ "รับไม่ได้" ก็แค่บอลมันก็เป็นของมันอย่างงี้มานาน โดยไม่ได้มีความผิดพลาดน่าเกลียดเกิดขึ้นทุกนัดนี่หว่า โดยรวมฟุตบอลยังคงปฏิบัติภารกิจให้ความบันเทิงอย่างเคร่งครัด

จนกระทั่งมีการเอา VAR มาใช้ในฟุตบอลโลกครั้งล่าสุด

ความคิดผมเปลี่ยนอีกแล้วครับผม 555

ภายหลังเห็นบทบาทของ VAR ในบอลโลก ผมเพียงพอจะสรุปได้ว่า VAR คือเสน่ห์อีกอย่างที่ช่วยทำให้เกมลูกหนังมีความตื่นเต้นมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ

แถมเวลาเดียวกันก็ช่วยให้มีความโล่งใสรวมทั้งเที่ยงธรรมเพิ่มมากขึ้นจนถึงสามารถสัมผัสได้ถึงความเพลิดเพลิน...ไปอีกในลัษณะหนึ่ง


แล้วท้ายที่สุด VAR ก็ลามเข้ามาถึงบอลลีกยอดนิยมเยอะที่สุดในเมืองมนุษย์อย่างพรีเมียร์ลีกแบบเลี่ยงมิได้

ต้นแบบบอลยุคใหม่อย่างอังกฤษชอบทำอะไรต่างจากชาวบ้านอยู่แล้วครับ VAR ในพรีเมียร์ลีกจึงต่างจากชาวบ้านตรงที่ไม่มีความจำเป็นที่ต้องให้ผู้ตัดสินในสนาม เป็นผู้วินิจฉัย เนื่องเพราะเกรงว่ามันจะเสียเวลามากเกินความจำเป็น แล้วก็อรรถรสในเกมลูกหนังก็จะหายตามไปด้วย

ทันใดอังกฤษก็โชว์ความละเอียดลออให้โลกปรากฏชัดเจนถึงขนาดจับล้ำหน้าด้วยมาตราวัดระดับมม. ซึ่งอันนี้ก็เกินความจำเป็น ล้ำเล็กๆน้อยๆเพียงแค่ปลายขน แกชูประโยชน์ให้จำเลยไปบ้างก็ได้ ถ้าเส้นตรงเป็นไม้บรรทัดมากมายไปมันคงไม่มีความแตกต่างจากเกมคอมพิวเตอร์ที่ตั้งโปรแกรมเอาไว้

นับตั้งแต่เปิดฤดูกาลมีการใช้ VAR ในพรีเมียร์ลีกหลายสาเหตุ โดยมีการ 'เปลี่ยนแปลง' คำวินิจฉัยไปแล้ว ทั้งหมด 26 ครั้ง

16 ครั้งที่ยึดประตูที่ยิงได้คืน (แมนฯสิตี้ 2, เชลซี 2, วูล์ฟส์ 2, วิลล่า 2, ไบร์ทตัน 1, เลสเตอร์ 1, สเปอร์ส 1, เบิร์นลี่ย์ 1, ลิเวอร์พูล 1แล้วก็อาร์เซนอล 1)

3 ครั้งที่การันตีว่าเป็นประตู (บอร์นมัธ, อาร์เซนอล และก็คริสตัล พาเลซ)

4 ครั้งที่ให้จุดลูกโทษ (แมนฯยูไนเต็ด 2, ไบร์ทตัน 1 แล้วก็คริสตัล พาเลซ 1)

1 ครั้งที่ยึดจุดโทษคืน (เชลซี)

1 ครั้งที่ให้ยิงจุดลูกโทษใหม่ (แมนฯ ซิตี้)

1 ครั้งที่ให้ใบแดงย้อนหลัง (ไรอัน เบอร์ทรานด์)

ในศึกแดงเดือดขบวนปัจจุบัน จังหวะที่ วิคโคนร์ ลินเดเลิฟ เตะขา ดิว็อค โอริกี้ จนล้ม ผู้ตัดสินปล่อยผ่านไปแล้วด้วยคิดว่าไม่ฟาวล์ ก่อนที่ แมนฯ ยูไนเต็ด จะได้ประตูนำจากจังหวะต่อเนื่อง แล้วมีการเรียกกลับมาเช็คใหม่ พลางยืนยันดังที่เคยว่าเป็นประตูจนถึงทำให้เกิดคำครหาว่ามีความไม่เท่าเทียมกันเกิดขึ้น

VAR พาเพลิน?
เอาตรงๆด้วย "คอมม่อนเซนส์" เด็กผีอย่างผมเห็นว่าฟาวล์ว่ะ ตอนมองภาพช้ายังคิดเลยว่าโดนยึดประตูคืนแน่นอน

หรืออย่างเกมที่ แมนฯ ซิตี้ เอาชนะ แอสตัน วิลล่า ด้วยสกอร์ 3-0 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

ประตูหนึ่งของทีมเรือใบเกิดขึ้นในจังหวะราฮีม สเตอร์ลิง ยืนอยู่ในตำแหน่งล้ำหน้า โดยเขาเบี่ยงตัวหลบลูก ก่อนที่จะมันจะพุ่งเข้าไปตุงตาข่ายแล้วมีการเรียกมอง VAR

หากว่ากันแบบกำปั้นทุบดิน มันก็ไม่เกี่ยวข้องกับการยิงอะไรนี่หว่า ไม่มีการสัมผัสบอล เจ้าตัวก็แสดงเจตจำนงไม่พากเพียรเล่นบอลอย่างแจ่มแจ้งด้วย ซึ่งก็นี่ไง อุตส่าห์เบี่ยงตัวหลบลูกแล้วนี่ไง มันไม่เกี่ยวกับการได้ประตูของ แมนฯ ซิตี้ ใช่ไหม

แต่มันก็อาจมองได้ว่าเป็นการ "รบกวน" สายตาของผู้เฝ้าประตูกระทั่งมีผลต่อการได้ประตูเหมือนกัน

หรืออย่างเกมที่ แมนฯ ยูไนเต็ด บุกไปเชือด นอริช 3-1 เมื่อวันอาทิตย์ก่อนหน้าที่ผ่านมา

จังหวะที่ ดาเนี่ยล เจมส์ ถูกแซะจนกระทั่งเสียหลักในเขตโทษ ผู้ตัดสินมิได้บ้วนลมผ่านนกหวีดแล้วชี้นิ้วไปที่จุดโทษ ก่อนจะมีการสั่งให้หยุดเกมจากห้อง VAR เพื่อตรึกตรองจังหวะนี้ใหม่อีกที

VAR พาเพลิน?
ผมดูภาพช้าหลายรอบรวมทั้งหลายมุม เรียนตามตรงว่าไม่ชัดเจน แม้จะพอเพียงมีเหตุผลมาชี้แจงว่าเพราะเหตุใดถึงควรเป็นจุดโทษก็ตาม

จังหวะนั้นเหมือนการประจันหน้ากันแบบ 50-50 ดาเนี่ยล เจมส์ ยังครอบครองบอลมิได้ก็จริง แต่ว่าถ้าเกิดไม่โดนแซะกระทั่งเสียหลักเสียก่อน เขาได้โอกาสสับไกยิงอย่างแน่นอน

ผู้ตัดสินในห้อง VAR มองว่ามันเป็นการทำลายจังหวะของฝ่ายรับด้วยการชนให้เสียหลักจนกระทั่งฝ่ายรุกพลาดโอกาสทำประตู

นี่คือเหตุผลที่มารองรับ

แถมการมอบใบเหลืองคนทำฟาวล์ย้อนหลังยิ่งตอกย้ำว่ามันเป็นการฟาวล์อย่างแน่นอนในสายตาของคณะกรรมการผู้พิจารณา

ต่อเมื่อ มาร์คัส แรชฟอร์ด ยิงไปติดเซฟ

ภาพช้าแสดงให้เห็นว่า ทิม คุณครูล นายทวารของ นอริช ทำผิดกติกาด้วยการขยับออกมานอกเส้นทั้ง 2 ขาเลยทีเดียว

อ้าว...แล้วหนแบบนี้ VAR ดันปล่อยผ่านซะอย่างนั้น

ผมก็เลยเริ่มคิดว่า VAR มันเริ่มจะได้ใจเกินความจำเป็นพลางสงสัยง่ามันจะมาทำลายอารมณ์และก็ความรู้สึกของเกมลูกหนังเพิ่มมากขึ้นหรือเปล่า

หลายเหตุการณ์ออกจะคัดค้านสายตากระทั่งนำไปสู่ความข้องใจในประสิทธิภาพของผู้ตัดสินและก็ผู้ช่วย (ไลน์แมน) ว่ามีมากขนาดไหน ???

คำถามต่อมาเป็นแล้วไอ้ผู้ที่วางตูดอยู่ข้างในห้องวีเออาร์ มันเก่งรวมทั้งเก๋ากว่าผู้ตัดสินในสนามใช่หรือเปล่า ???

ที่สำคัญ ดูอย่างกับว่ามันจะก่อให้พวกผู้ตัดสินหยุดพัฒนาความสามารถของตนเอง แถมไม่กล้าตัดสินใจอะไรที่เด็ดขาดเหมือนเก่า ด้วยคอยแม้กระนั้นจะพึ่งเทคโนโลยีมากจนเกินความจำเป็น

อย่างไรก็ตาม

โดยภาพรวมแล้ว ท่านผู้ชมโทรทัศน์อย่างผมยังมองว่ามันดีนั่นแหละ แม้นว่าจะขัดหูขัดตาในหลายกรณี แต่คิดเสียว่าพรีเมียร์ลีกเพิ่งจะเริ่มใช้ VAR เป็นฤดูแรกตามใจ

ในเวลานี้มันก็เลยอยู่ในขั้นตอนของการเล่าเรียน เพื่อนำมาเปลี่ยนแปลงและปรับแก้ให้มีความสมบูรณ์แบบมากเพิ่มขึ้น

อารมณ์และก็ความรู้สึกคล้ายการกระดกเหล้าแก้วแรกนั่นแหละครับผม

แก้วแรกมักจะฝ่าฝืนๆขืนๆระคายคอจนกระทั่งต้องทำหน้าเหยเกประหนึ่งมีคนไหนกันเอาไม้เสียบหมูปิ้งมาเขี่ยรอบขอบดากส์ด้วยความเร็วสูง กระทั่งแก้วที่ 4 แก้วที่ 5 ผ่านไป แก้วที่ 6 รวมทั้งแก้วที่ 7 เบาๆผ่านไป

เอ๊ะ...เพราะเหตุใด มันชักไหลลื่น

เหมือนในเวลาที่มีการแปลงกฏการส่งลูกคืนหลังใหม่ๆห้ามนายทวารใช้มือรับนั่นแหละครับ ผู้เล่น และโดยเฉพาะผู้เฝ้าประตูจะต้องอาศัยเวลาปรับตัวกันพักใหญ่เลยทีเดียวกว่าจะคุ้นเคยแล้วช่วยทำให้เกมมีความลื่นไหลมากยิ่งขึ้น

VAR พาเพลิดเพลิน?
หลายต่อหลายจังหวะเหลือเกินที่ VAR ตัดสินแบบค้านสายตาคุณผู้ชมจนสามารถพูดได้เต็มปากเต็มคำว่ามันยังอุดมด้วยข้อผิดพลาด รวมทั้งประพฤติตัวกำกวมจริงๆนี่หว่า

นี่เป็นบทเรียนที่พวกเขาจำต้องนำไปปรับปรุงและก็ปรับปรุงแก้ไขในขั้นตอนต่อไป แถมในช่วงเวลานี้คุณผู้ชมก็อยู่ในตอนปรับนิสัยเช่นเดียวกัน เพื่อทำความรู้จักกับเทคโนโลยีใหม่ในพรีเมียร์ลีก

หากคนไหนชักไม่สนุก หรือชักรำคาญกับความเล็กๆน้อยๆของ VAR ก็ทนๆเอาหน่อยครับ - ประเดี๋ยวมันก็คงเข้าที่แล้วก็เข้าทางเพิ่มมากขึ้น

เหมือนกระดกสุราแก้วแรกนั่นแหละครับ

การค้นหาที่เกี่ยวข้องกับ เว็บไซต์พนันบอล
เว็บ พนัน ออนไลน์ ฝาก ขั้น ต่ำ 50 เว็บบอลแจกเครดิตฟรีไม่ต้องฝาก เว็บพนัน ดีที่สุด pantip เว็บพนันบอล pantip เว็บพนันบอล ดีที่สุด 2018 เว็บพนันบอล ถูกกฎหมาย เว็บพนันบอล ดีที่สุด pantip vegus168 bet